วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ระบบสุริยะจักรวาล

ระบบสุริยะจักรวาล
ดวงอาทิตย์ (Sun)
ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุด มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นก๊าซไฮโดรเจน ที่ใจกลางของดวงอาทิตย์ มีอุณหภูมิและแรงดันสูงมาก จนทำให้ก๊าซไฮโดรเจนหลอมรวมกันเป็นก๊าซฮีเลียม และแผ่พลังงานออกมาอย่างมหาศาล เป็นความร้อนและแสงสว่าง เราเรียกปฏิกิริยานี้ว่า "ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน" พลังงานความร้อน และแสงสว่าง จากดวงอาทิตย์นี้เอง ที่เอื้อให้เกิดสิ่งมีฃีวิตบนโลกของเรา


อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด โคจรรอบดวงอาทิตย์1รอบ ใช้เวลา88วัน เป็นดาวเคราะห์ที่หมุนเร็วที่สุด มีขนาดหนึ่ง ในสามของโลกยานอวกาสที่ส่งชึ้นไปบนดาวพุธคือยานมารีเนอร์ 10 ของสหรัฐฯ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง1300 กิโลเมตรล้อมรอบด้วยภูเขา กลางวันจะร้อนมากและตอนกลางคืนก็หนาวมากเช่นกัน เนื่องจากแกนกลางของดาวพุธมีแกนเหล็ก จึงทำให้ดาวพุธมีสนามแม่เหล็ก
มีอีกชื่อหนึ่งว่าดาววีนัส เป็นดาวเคราะห์ดวงที่สองจากดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลก42ล้านกิโลเมตร ถือเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด
ยานอวกาศที่ขึ้นไปบนดาวศุกร์เป้นครั้งแรกคือยานมารีเนอร์ 2 ได้ส่งข้อมูลถึงอุณหภูมิของดาวศุกร์ บรรยากาศของดาวศุกร์มีคาร์บอนไดออกไซด์และกรดซัลฟิวริกเกือบทั้งหมดซึ่งปิดกั้นแสงของดวงอาทิตย์ทำให้พื้นผิวของดาวเคราะห์มีสีแดงสลัว
โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ150 ล้านกิโลเมตร เต็มไปด้วยหินขนาดเล็ก
โลกใช้เวลาหนึ่งปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาหนึ่งวันหรือ 24 ชั่วโมงในการหมุนรอบตัวเอง โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ150 ล้านกิโลเมตร เต็มไปด้วยหินขนาดเล็ก
โลกใช้เวลาหนึ่งปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลาหนึ่งวันหรือ 24 ชั่วโมงในการหมุนรอบตัวเอง
ดาวอังคารเป็นดาวดวงที่สี่จากดวงอาทิตย์ใช้เวลา 687 วันในการหมุนรอบดวงอาทิตย์ มีขนาดครึ่งหนึ่งของโลก มองเห็นได้ในเวลากลางคืนเพราะมีสีค่อนข้างแดงยานอวกาศลำแรกที่บินผ่านดาวอังคารคือมารีเนอร์ 4 ทำให้แน่ใจได้ว่าดาวอังคารเป็นหลุมคบล้ายๆกับหลุมบนดวงจันทร์ ยานไวกิ้งได้พบว่าดาวอังคารมีอุณหภูมิแตกต่างกันมากมีบรรยากาศที่เบาบางประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนเล็กน้อยดาวอังคารมีดวงจันทร์2ดวงคือ โฟบอสและไดมอส
ดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่าโลก 11.2 เท่า นอกจากนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ก๊าซ เพราะมีองค์ประกอบเป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมคล้ายในดวงอาทิตย์ ความหนาแน่น ของดาวพฤหัสบดีจึงต่ำ (1.33 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร) เมื่อดูในกล้องโทรทรรศน์ จะเห็นเป็นดวงกลมโตกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ พร้อมสังเกตเห็นบริวาร 4 ดวงใหญ่เรียงกันอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตรด้วย กาลิเลโอเป็นนักดาราศาสตร์คนแรกที่ใช้กล้องส่องพบบริวาร สี่ดวงใหญ่นี้ จึงได้รับเกียรติว่าเป็นดวงจันทร์ของกาลิเลโอ


ดาวเสาร์มีเส้นผ่านศูนย์กลางโดยเฉลี่ยประมาณ 119,871 กิโลเมตร หรือประมาณ 9 เท่าของโลก โคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทางเฉลี่ย 9.54 หน่วยดาราศาสตร์ แสงจากดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที จึงจะถึงดาวเสาร์ ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์นานถึง 29.46 ปีของโลก ด้วยอัตรา ความเร็ว 9.64 กิโลเมตรต่อวินาที และหมุนรอบตัวเอง 1 รอบกินเวลา 10 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งเร็วมากทำให้ดาวเสาร์มีลักษณะป่องในแนวเส้นศูนย์สูตร และสามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองด้วยกล้องโทรทรรศน์จากโลก






ใช้เวลา 84 ปีในการหมุนรอบดวงอาทิตย์วิลเลี่ยม เฮอรส์เชลเป็นผู้ค้นพบ ดาวยูเรนัสมีวงแหวนเช่นเดียวกับดาวเสาร์มีทั้งหมด11วงเ ป็นก้อนน้ำแข็งขนาดเท่าก้อนหิน ยานอวกาศที่เคยบินผ่านดาวดวงนี้เป็นลำแรกคือ ยานวอยาเจอร์ 2 มีดวงจันทร์ทั้งหมด15 ดวง
บรรยากาศประกอบด้วยไฮโดรเจนเป็นส่วนใหญนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลึกลงไปในกลุ่มควันมีมหาสมุทรของน้ำและแอมโมเนีย



เออร์เบนน เลเวอริเออร์เป็นผู้ค้นพบดาวดวงนี้และตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งทะเลของโรมัน ดาวเนปจูนห่างจากโลกประมาณ 4500 ล้านกิโลเมตร ยานอวกาศที่ให้ข้อมูลมากที่สุดในการศึกษาดาวเคราะห์ดวงนี้คือ ยานอวกาศวอยาเจอร์ 2
บรรยากาศของดาวดวงนี้ประกอบด้วยไฮโดรเจน ฮีเลียมและมีเธน ก๊าซมีเธนเป็นก๊าซที่ทำให้ดาวดวงนี้มีสีน้ำเงิน ดาวเนปจูน เป็นดาวที่ให้ความร้อนมากกว่าความร้อนที่มันได้รับจากดวงอาทิตย์ ดาวเนปจูนเป็นดาวที่มีวงแหวนเช่นเดียวกับดาวเสาร์ มีดวงจันทร์ 8 ดวง
ดาวพลูโต (Pluto)
ดาวพลูโตถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) เป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ มีขนาดเพียง 1 ใน 5 ของโลกเรา และอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ดาวพลูโตใช้เวลานานถึง 248 ปีในการหมุนอย่างยาวนานรอบดวงอาทิตย์ และใช้เวลา 6.4 วันในการหมุนรอบตัวเอง เนื่องจากขนาดที่เล็กและอยู่ห่างจากโลกมากจึงทำให้เรื่องราวของดาวพลูโตยังคงลึกลับมาก ในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) มีการค้นพบดวงจันทร์ชื่อชารอน (Charon) หมุนรอบดาว อุณหภูมิเฉลี่ยของดาวพลูโต8คือประมาณ -210 องศาเซลเซียส ด้วยความเย็นอย่างนี้สามารถทำให้เกิดก๊าซเยือกแข็ง และทำให้บอกได้ว่าบรรยากาศบนดาวพลูโตนี้เบาบางมาก ประกอบด้วยไนโตรเจนเป็นส่วนใหญ่ ภาพลักษณ์ของดาวพลูโตคือก้อนน้ำแข็งที่ใหญ่และสกปรก เกิดมาจากกลุ่มก๊าซเยือกแข็งผสมกับวัสดุที่เป็นหินจำนวนน้อยๆ